June 22, 2022

เปิดชีวิต รัก ‘สายเชีย’ จากเด็กที่เริ่มจากศูนย์ สู่นักธุรกิจ-นักแสดงที่ ผู้คนชื่นชม

“จน เครียด กินเหล้ า!” กลายเป็นประโยคเด็ดที่ทำให้ ‘สายเชีย วงศ์วิโรจน์‘

กลายมาเป็นนักแสดงที่ผู้คนทั่วประเทศต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ในตอนนี้ และเราต่างทราบกันดีว่าในตอนนี้ชีวิต

ของคุณพี่สายเชียนั้นไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จ กลายเป็นนักธุรกิจอสังหาฯ

และก้าวเดินเข้าสู่วงการฮอลลีวูดไปเรียบร้อยแล้ว แต่เชื่อว่าหลายคนยังคงไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จ

ของเขาว่าชีวิตของเขานั้นลำบากมามากมายแค่ไหน วันนี้ #เหมียวนานะ เลยอยากจะพาทุกคนมาเล่าชีวิตของพี่สายเชียกันค่ะ

เปิดชีวิต โยกเยก เชิญยิ้ม สู้ ชีวิ ต จนมี บ้านหลังใหม่เปิดชีวิต โยกเยก เชิญยิ้ม สู้ ชีวิ ต จนมี บ้านหลังใหม่

ความลำบากที่พบเจอมาตั้งแต่เด็ก สายเชีย วงศ์วิโรจน์ เกิดที่เชียงราย มีคุณพ่อเป็นคนโคราชและคุณแม่เป็นคนมหาสารคาม

คุณพี่สายเชียเรียนและใช้ชีวิตอยู่ในเชียงรายตั้งแต่เด็ก เขาเป็นลูกชาวนาที่ต้องช่วยครอบครัวทำนาเพื่อหาเลี้ยงชีพอยู่เป็นประจำ

แน่นอนว่าการทำนามันไม่สามารถประทังชีวิตทั้งครอบครัวได้ แถมยังเจอน้ำท่วมแทบทุกปีอีก เขาเลยต้องไปหางานรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ

ทั้งหาดอกไม้มาแลกซื้อข้าวกิน รับจ้างหักข้าวโพด กรอกมันสำปะหลัง ซื้อผลไม้ตามวัดมามัดขาย ส่งควายไปโรงฆ่าสัตว์ เป็นต้น

หากอยากได้ของเล่นก็ต้องประดิษฐ์เองเพราะไม่มีเงินซื้อ จริงๆ แล้วพี่สายเชียรักการเรียนมากเลยค่ะ เขาอยากเรียนหนังสือมากๆ

แต่ครอบครัวไม่มีส่งก็ต้องไปรับจ้างซักผ้าให้คุณครู ไปจนถึงขุดส้วม เพื่อแลกกับค่าเทอมในแต่ละเทอมเลยทีเดียว

เริ่มย้ายถิ่นฐาน จนมาถึงอายุ 16 ที่พี่สายเชียไม่มีเงินเรียนจริงๆ แล้วจึงไปทำงานใช้หนี้ให้คุณลุงที่จังหวัดกำแพงเพชร

เช่าที่ดิน ทำนา ไถนาหวังเงิน แต่สุดท้ายน้ำท่วมจนสูญเสียไปหมด เขาเลยทิ้งทุกอย่างและเข้ากรุงเทพฯ สมัครงานที่ไหนเขา

ก็ไม่รับจนต้องไปขอข้าวที่วัด นอนที่วัด จากนั้นก็ได้ทำงานดูแลคนพิการที่มูลนิธิสิริวัฒนา เชสเชียร์ พ่วงกับงานกรรมกรตอกเสาเข็มบ้าง

นักมวยบ้าง จนสุดท้ายก็ไปช่างเชื่อม จุดเริ่มต้นของวงการบันเทิง จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการบันเทิงก็คือมีคอลัมน์หนังสือพิมพ์

ลงโฆษณาหาตัวประกอบ รายได้ 800 บาท พี่สายเชียเลยตั้งใจจะไปสมัคร แต่ดั๊นต้องมีค่าสมัครอีก 150 บาท ซึ่งเงินของเขาไม่พอจ่าย

ด้วยเหตุนี้เลยไปนั่งทำความรู้จักกับเหล่านักแสดงคิวบู๊และเริ่มรับงานเป็นตัวประกอบในปี 2529 มีโมเดลลิ่งคอยป้อนงานให้บ้าง

โดยงานแรกก็คือบททหารยามเฝ้าหน้าพระราชวัง พี่สายเชียไม่อยากเป็นแค่ตัวประกอบ เขาเลยไปเริ่มเรียนคิวบู๊ต่างๆ

เพื่ออัปเกรดตัวเองเป็นสตั๊นท์แมน ซึ่งเขาทำมันออกมาได้ดีเยี่ยมจากทักษะตอนเด็กๆ และความแข็งแรงที่มีมาตลอดชีวิต

จนเขาได้ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ต่างประเทศจากหนังจีนเรื่องหนึ่ง และหนังเรื่องนั้นทำให้เขาได้รู้จักการเซฟร่างกายตัวเองมากขึ้น

จากนั้นเขาเลยได้รับงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงทุกวันนี้

จน เครียด กินเหล้า งานนี้พี่สายเชียได้ค่าตัว 30,000 บาทเลยนะ แสดงกับแม่แองเจลินา โจลี่ด้วยนะ Rescue Dawn (2006)

จากเด็กยากจน ก้าวสู่นักธุรกิจ หากอ่านมาตั้งแต่ต้นก็จะเห็นว่าพี่สายเชียมีทักษะในการใช้ชีวิตทั้งร่างกายและการทำงานมามากพอสมควร

ซึ่งเขามีหัวนักธุรกิจตั้งแต่เด็กๆ แล้วเขาเลยเริ่มเอาเงินไปลงทุนกับสิ่งที่ขายได้ราคาดีก็คือ ‘ที่ดิน’

เขาเริ่มหาหุ้นส่วนมาลงทุนพัฒนาที่ดิน 3-4 ปี เคยเสียเงินไปกว่า 20 ล้านที่เชียงคาน

แต่สุดท้ายตอนนี้เขาก็กลายเป็นเจ้าของผืนที่ 500 ไร่ ในนครปฐม

Leave a Reply

Your email address will not be published.