บิ๊กตู่ แจง ถ้าวันนั้นไม่ยึดอำนาจ อะไรจะเกิดขึ้น…???

บิ๊กตู่ แจง ถ้าวันนั้นไม่ยึดอำนาจ อะไรจะเกิดขึ้น…???

นับเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเมื่อ เวลา 09.30 น.วันที่ 27 ต.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา สมัยวิสามัญ เพื่อขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165

โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม ต่อเป็นวันที่ 2 ด้าน นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นเป็นปรากฎการณ์ความเห็นต่า งของคนต่า งรุ่นต่ างวัย

ซึ่งเราต้องมาพูดความจริงถึงจะแก้ไขปัญหาได้ สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ นายกฯมี 4 ทางเลือก คือ

1.ซื้อเวลา ไม่ออก ไม่สนใจอยู่แบบนี้ ปล่อยให้มีการชุมนุม ทำร้ายประเทศชาติไปเรื่อยๆ

2.ลาออกและยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองเป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด หากไม่ยึดอำนาจในวันนั้นก็คงไม่มีเหตุการณ์ในวันนี้ ถ้าหากเสียสละลาออกก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้

โดยนายกฯใหม่ที่เข้ามาก็จะมาพูดคุยหาข้อสรุปของผู้ชุมนุมได้

3.ยุบสภา เชื่อว่าถ้าไม่มีทางออกคงเลือกข้อนี้มากที่สุด แต่การยุบสภาจะสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ การชุมนุมจะบานปลายทำให้รัฐล้มเหลว อีกทั้งกว่าผลการเลือกตั้งกว่าจะออกมาได้ต้องใช้เวลานาน

ดังนั้นการยุบสภาจึงไม่ใช่ทางออก และ

4. ยึดอำนาจ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเกิดขึ้นจริงหายนะจะเกิดขึ้น แผ่นดินจะนองเลือด อย่างไรก็ตาม ขอฝาก 4 ทางเลือกให้กับนายกฯได้นำไปพิจารณาด้วย ต้องรีบตัดสินใจยิ่งช้ายิ่งสะสมปัญหา

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่า ที่กล่าวว่า ตนเป็นคนผลักไสให้มีการแบ่งชนชั้น ซึ่งตนไม่เคยพูดเรื่องชนชั้นสักครั้ง ชนชั้นที่ว่าวันนี้มีแต่คนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ตนมีแต่ว่าคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่

ต้องทำงานไปด้วยกัน เพื่อสร้างอนาคตรวมกัน ประวัติศาสตร์ ปัจจุบันและอนาคต เป็นสิ่งที่กำหนดความก้าวหน้า ความยั่งยืนของประเทศไทย ท่านพูดของท่านมาเองมีคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ สิ่งที่ท่านพูดมาอาจ

จะรู้เท่าไม่ถึงอะไรสักอย่างไม่แน่ใจตนไม่ก้าวล่วง การทำลายสถาบันครอบครัววันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยลูกไม่เคารพพ่อ แม่ ลูกศิษย์ไม่เคารพครู อาจารย์

ตนขอถามว่า ถ้าเป็นในครอบครัวของท่านจะให้เป็นอย่างนั้นหรือไม่ การที่ท่านให้ตนทำ 1,2,3,4 ตนก็เรียนไปแล้วว่าตนเข้ามาด้วยอะไร หน้าที่ตนจบหรือยัง ถ้ายังไม่จบ ตนจำเป็นต้องทำให้จบ

แต่จะจบด้วยอะไรก็แล้วแต่ ตนไม่ต้องการที่จะรักษาอำนาจให้นานที่สุด แต่เป็นหน้าที่ของตน “ท่านมองว่าผมเป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด ลองกลับไปถามดู ท่านก็พูดแต่เรื่องการยึดอำนาจ พูดถึงรัฐป ระหา ร

ท่านไม่เคยพูดถึงเผด็จการรัฐสภาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น และรัฐธรรมนูญปี 60 ผมไม่ได้ไปก้าวล้วง ไปยุ่งเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าเป็นการตรวจสอบการถ่วงดุลที่เข้มข้น เพราะประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมาแล้ว

วันนี้อยากจะแก้ ผมก็ให้แก้ ก็แก้กันไป อย่าโยงตรงนั้นตรงนี้ ทำให้เข้าใจผิด วันนั้นหากไม่มีการยึดอำนาจ ท่านทราบดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะเกิดการจลาจลในประเทศไทยหรือไม่ เพราะสองฝ่ายมีจำนวนมาก

ท่านบอกว่า ผมเป็น ผบ.ทบ.ลำเอียง ผมก็ทำตามทุกรัฐบาล มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกรัฐบาลมากบ้างน้อยบ้าง ก็เป็นบทเรียนของเรา ถึงแม้หลายท่านมองว่าผมไม่เป็นธรรม หรือปล่อยปละละเลย

ผมคิดว่าผมต้องพูด ถ้าไม่พูดก็ไม่ได้ ขอกราบเรียนไปทางบ้านด้วยว่าอย่าลืมประวัติศาสตร์คือปัจจุบันและอนาคต คนของเรา ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่า ทุก ศาสนา อยู่ในประเทศไทยต้องรักประเทศไทย

ผมบังคับท่านไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่ท่านต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน หลายอย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้ามาท่านลืมไปแล้วหรือยัง สมัยนั้นท่านทำอะไรกัน สิ่งที่เกิดวุ่นวายที่ผ่านมา การทุจริตที่มีหลักฐานชัดเจนเชิงประจักษ์

ท่านลืมไปหมดแล้วหรือ ถ้าลืมก็กรุณาไปทบทวนใหม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 2557 แล้ววันนี้บ้านเมืองวุ่นวายเพราะอะไร ก็ขอให้ทุกคนทบทวนหลายท่านอาจจะความจำสั้นไปนิด”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว…

ขอบคุณที่มา..

ข่าวสด ออนไล์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *