อัยการ แนะ ผู้จัดเร่งเเก้ไขด่วน ละคร ให้รักพิพากษา เนื้อหา บิดเบือน ทำ สังคมเข้าใจ

อัยการ แนะ ผู้จัดเร่งเเก้ไขด่วน ละคร ให้รักพิพากษา เนื้อหา บิดเบือน ทำ สังคมเข้าใจ

นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เเละอดีตอัยการสูงสุด กล่าวถึงการเสนอละคร “ให้รักพิพากษา” ที่ออกอากาศทางช่อง 3 ว่า

ละครเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพนักงานอัยการ เเต่เป็นการนำเสนอบิดเบือนจากข้อเท็จจริง ตนรับไม่ได้ มีการเสนอบทให้พนักงานอัยการไปไล่จีบผู้หญิงพร้อมเสนอ

ให้มาเป็นพนักงานอัยการได้ ซึ่งข้อเท็จจริงมันทำไม่ได้ตามระเบียบกฎหมายเนื้อหาในละครเรื่องนี้มีการบิดเบือนมาก หลายอย่าง อย่างตอนออกศาลขึ้นบัลลังก์

ก็มีผู้พิพากษานั่งบนบัลลังก์ 4 คน ทั้งที่จริงขึ้นบัลลังก์ 3 คน การสวมเสื้อครุยของผู้พิพากษาก็ไม่รู้ใช้ถูกต้องหรือไม่ อยากให้ไปดูจะเข้าความผิดตามพ.ร.บ.ชุดครุย

หรือไม่ บอกตรงๆนำเสนอเเบบนี้รับไม่ได้ อยากให้ผู้จัดละครเเก้ไขเนื้อหาทันที ถ้าคุณไม่เข้าใจก็ควรมาปรึกษาหน่วยงานสำนักงานอัยการสูงสุด

ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) โพสต์เฟซบุ๊คความว่า “ให้รักพิพากษา” ละครช่อง 3 เป็นละครที่มีการนำเสนอที่บิดเบือน

การทำงานของอัยการที่เสียหายมาก เช่น คดีไม่สำคัญมอบอัยการผู้ช่วยทำ หรือ ชวนทนายมาเป็นอัยการเพราะกำลังขาดคน หรือการทำงานโดยเลือกเอาเอกสาร

ออกจากสำนวน ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดทำให้สังคมเข้าใจบทบาทอัยการที่ไม่ถูกต้องอย่างรุนแรง กระทบต่อความรู้สึกของอัยการทั่วประเทศ

“สักครู่ผมในนามทีมโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ประสานไปยังคุณหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้ประกาศข่าวช่อง 3 เพื่อประสานผู้จัดละครให้ทราบ

ข้อเท็จจริงและหาทางแก้ไขโดยด่วนแล้วครับ” นายประยุทธ์ กล่าว นายประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เเม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นละครเเต่มีการเผยเเพร่

ไปยังประชาชนทั่วประเทศ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในหลายประเด็นที่เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการยุติธรรม ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าถ้าหากมีคดีเล็กน้อย

ก็จะให้อัยการผู้ช่วยเป็นคนทำ ทั้งที่ทุกคดีมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ทางอัยการจะพิจารณาตามพยานหลักฐานอย่างรัดกุมที่สุด

หรือมีการเสนอเนื้อหาที่ว่าสามารถทาบทามบุคคลมาเป็นพนักงานอัยการได้ ทั้งที่ความจริงการเข้าสู่ตำเเหน่งพนักงานอัยการต้องสอบเข้ามาเป็นอัยการผู้ช่วย

ต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด เเละมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องรองรับไว้ เเละยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ผิดอีก เช่น เป็นอัยการเเล้วต่อไปจะเลื่อนขั้น

เป็นผู้พิพากษาซึ่งเนื้อหาเป็นการบิดเบือนอย่างมาก จึงอยากสะท้อนไปยังผู้จัดละครให้ดำเนินเนื้อเรื่องด้วยความระมัดระมัดระวังไม่ให้สังคมเข้าใจผิด

“เรื่องนี้อัยการทั่วประเทศไม่พอใจได้สื่อสารมา เเละเเสดงออกลงในสื่อโซเชี่ยลมีเดียในวันนี้จำนวนมาก ขอยกตัวอย่างละครของค่ายนาดาว

เรื่องเลือดข้นคนจางก่อนจะการนำเสนอออกอากาศก็มีการมาปรึกษาหาความรู้จากทางสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อนำเสนอให้สังคมไม่เข้าใจผิด

อยากให้ผู้จัดละครดำเนินการเเก้ไข” รองโฆษก อสส.ระบุ นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอธิบดีอัยการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด

ได้ส่งเมล์ไปยังผู้จัดละครเรื่องดังกล่าวความว่า เรียนผู้จัดละครเรื่อง “ให้รักพิพากษา” และผู้บริหารช่อง 3 ด้วยบทละครผู้เล่นบทพนักงานอัยการ

มีการส่อถึงการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการที่ไม่ชอบขัดต่อความเป็นจริง และไม่ตรงต่อหลักการดำเนินคดีของพนักงานอัยการที่ต้องมุ่งค้นหาความจริง

ให้ปรากฏในศาลเพื่อความยุติธรรม พนักงานอัยการไม่ใช่คู่แพ้ชนะกับผู้ต้องหาและจำเลย และการเข้าสู่ตำแหน่งพนักงานอัยการต้องมีการสอบเข้าโดยมีคุณสมบัติ

เช่นเดียวกับการสอบเข้าเป็นผู้พิพากษา อันเป็นบทบัญญัติตามกฎหมาย บทละครดังกล่าวทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในวิชาชีพพนักงานอัยการก่อให้เกิดความเสียหาย

ต่อพนักงานอัยการและองค์กรอัยการ และทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมเป็นการไม่สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ต่อสังคม

ขอบคุณที่มา…

ข่ า ว ส ด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *