ศาลอาญา อนุญา ตโอนฝากขัง ‘ผกก.โจ้-ลูกน้อ ง’ มาเรื อนจำพิเศษกรุงเทพ

ศาลอาญา อนุญา ตโอนฝากขัง ‘ผกก.โจ้-ลูกน้อ ง’ มาเรื อนจำพิเศษกรุงเทพ

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 จ.พิษณุโลก พนักงานสอบสวนตามคำสั่งตร. ยื่นคำร้องขอโอนการฝากขังผู้ต้องหารวม 7 คน

ประกอบด้วย พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนพล หรือผู้กำกับโจ้ พ.ต.ต.รวีโรจน์ ดิษทอง ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา

ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว ผู้ต้องหาที่ 1-7ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้น

การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด,ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย, ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

ข่ม ขื นใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ

ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่ มขื นใจ หรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมสิ่งนั้น

ซึ่งเดิมครั้งแรกยื่นฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 7 ต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ดำเนินการแทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 โดยศาลอนุญาต

ให้ฝากขัง ผู้ต้องหาที่ 1-7 มีกำหนด 12 วัน จะครบกำหนดการฝากขังครั้งที่ 1 ในวันที่ 5 ก.ย. และ 7 ก.ย. ตามลำดับ

แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวผู้ต้องหาเป็นข้าราชการตำรวจในสังกัดสภ.เมืองนครสวรรค์ ท้องที่เกิดเหตุ และเป็นกรณีข้าราชการตำรวจ

ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา มีพฤติกรรมกระทำผิดร้ายแรงเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่

ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชน

และสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนให้ทำการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว

และให้โอนสำนวนการสอบสวนจาก สภ.เมืองนครสวรรค์ไปสอบสวนยังกองบังคับการปราบปรามซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริต

และประพฤติมิชอบกลาง ดังนั้นเนื่องจากคดีนี้ เป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบภาค 6 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน

จึงขอโอนการฝากขัง ผู้ต้องหาที่ 1-7 จากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ไปฝากขังยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

และขอโอนการขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนจากเรือนจำกลางพิษณุโลก ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อสะดวกในการสอบสวนและดำเนิน

การตามกฎหมาย ทั้งนี้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมาย

วิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 87 วรรคท้าย โดย ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้โอนการฝากขังผู้ต้องหาตามคำร้องดังกล่าว

ขอบคุณที่มา…

ข่ า ว ส ด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *