May 13, 2022

ผู้หญิงขี้หนาวควรระวัง อาการหนาวตลอดเวลา สัญญาณบ อกโรคร้า ย ไม่ร ะวังเสี่ยงถึง เสีย ชีวิตได้

อาการหนาวง่ายก็ขึ้นอยู่กับเพศด้วยเหมือนกัน โดยแพทย์หญิง Margarita Rohr แห่ง NYU Langone Medical Center นิวยอร์ก ชี้ว่า

เพศหญิงจะถูกกำหนดให้ต้องการความอบอุ่นในร่างกายมากกว่าเพศชาย ด้วยเหตุนี้กลไกร่างกายของผู้หญิงจึงต้องคงความสมดุลของ

การไหลเวียนเลืo ดในสมองและหัวใจอย่างเต็มที่ ดังนั้นการไหลเวียนเลือดในส่วนประสาทมือและเท้าจึงถูกลดความสำคัญลงไปโดยปริยาย

เป็นเหตุให้คุณรู้สึกหนาวที่มือและเท้าซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นประสาทจนทำให้รู้สึกหนาวไปทั้งร่างนั่นเอง

อาการเริ่มต้น ของอาการหนา วในที่เราควรสังเกต

จะมีอาการหนาวสั่นสะท้านเข้ากระดูก มือเท้าเย็น ปากเขียว มือเขียว เหมือนเลือดไหลเวียนไม่ดี และเมื่อมีอาการหนาวในเป็นประจำ

จะทำให้เกิดอาการปวดหลังชาๆ ขัดข้อสะโพก มีจ้ำเขียวตามร่างกายได้ง่าย เป็นไข้ทับระดูทุกครั้งที่มีประจำเดือน มีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ เป็นตะคริว

1. คุณผอมบางเกินไป

นักโภชนาการเชี่ยวชาญแห่งสำนักโภชนาการลอสแองเจลิส กล่าวว่า หากค่า BMI ในร่างกายเราต่ำกว่า 18.5 นั่นแปลว่าเรามีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน

ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถสร้างคามอบอุ่นได้เพียงพอจนทำให้รู้สึกหนาวง่าย อีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อเราผอมเพราะไม่ค่อยได้กินอาหารสักเท่าไร

ก็ยิ่งลดประสิทธิภาพการทำงานของระบบเผาผลาญให้อยู่เฉยจนความร้อนในกระบวนการเผาผลาญไม่เกิด ดังนั้นคนที่ตัวผอมบางจึงมักจะรู้สึกหนาวง่าย

หรือหนาวตลอดเวลานั่นเอง ซึ่งวิธีเพิ่มความอบอุ่นให้ตัวเองก็ไม่ยากค่ะ Maggie Moon แนะนำให้คุณรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเยอะ ๆ

โดยเน้นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันชนิดดี

2. ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ

ถ้าคุณมักจะรู้สึกหนาวเป็นพัก ๆ รวมทั้งผมเริ่มบาง ผิวแห้งมากขึ้น แถมยังรู้สึกอ่อนเพลียด้วย ลักษณะอาการเช่นนี้อาจเข้าข่ายภาวะขาดไทรอยด์

ซึ่งเป็นอาการที่ต่อมไทรอยด์ไม่หลั่งไทรอยด์ฮอร์โมนออกมาในปริมาณที่พอเพียง จนส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ความร้อนในร่างกายจึงลดน้อยลงไปด้วย

ดังนั้นหากพบว่าตัวเองมีสัญญาณเหล่านี้ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษานะคะ

3. ขาดธาตุเหล็ก โลหิตจาง

ในภาวะที่ร่างกายมีธาตุเหล็กน้อยก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกหนาวง่ายด้วยเช่นกัน เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลื oดแดง

มีหน้าที่ช่วยขนส่งออกซิเจนเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดง นำพาความร้อนและสารอาหารที่สำคัญเข้าสู่กระบวนการทำงานของเซลล์ทุกแขนงในร่างกาย

ดังนั้นหากขาดธาตุเหล็กไป กระบวนการตามที่ว่าก็คงสะดุดกันบ้าง คราวนี้ความอบอุ่นในร่างกายก็จะลดน้อยลง คุณสามารถเสริมธาตุเหล็กชนิดอาหารเสริมได้

ทว่าหากเลือกรับธาตุเหล็กจากอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ไข่ ผักใบเขียว กะหล่ำ ผักโขม และอาหารทะเลจะเวิร์กกว่า

4. ระบบไหลเวียนเลืo ดไม่ดี

สำหรับคนที่มักจะมือเย็นเท้าเย็นบ่อย ๆ แต่ร่างกายโดยรวมไม่ได้ผิดปกติอะไร อาจเกิดจากระบบไหลเวียนเลืoดในร่างกายของคุณทำงานไม่ปกติ

โดยไม่สามารถไหลเวียนเลืo ดได้สะดวกไปทั่วทั้งร่างกาย หรืออาจจะมีภาวะของโรคหลอดเลือดอุดตันตามตำแหน่งต่าง ๆ ที่อาจขัดขวางการไหลเวียน

ของเลืoดไปยังมือและเท้าได้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เส้นเลือดบริเวณมือตีบ ส่งผลให้การไหลเวียนของเลืoดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ไม่ดี

ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้วมือ ร่วมกับอาการนิ้วมือนิ้วเท้าเย็นตามมาด้วย ซึ่งก็ควรต้องรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาอาการกันต่อไป

5. พักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนหลับที่ไม่เพียงพออาจส่งผลให้เคมีในสมองรวมไปถึงระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานผิดปกติได้

ซึ่งก็นับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง รวมทั้งอาการหนาวง่ายก็เป็นผลพวงที่ตามมาด้วยเช่นกัน

ฉะนั้นพยายามพักผ่อนให้เต็มที่ไว้ก่อนดีกว่า

6. ดื่มน้ำน้อยเกินไป

กว่า 60% ในร่างกายมนุษย์ที่มีการเจริญเติบโตอย่างเต็มวัยคือน้ำล้วน ๆ เลยเชียวล่ะ และน้ำก็เป็นองค์ประกอบสำคัญ

ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้เป็นปกติ ร่างกายที่ไม่ได้รับน้ำสะอาดเพียงพออาจเกิดได้ทั้งภาวะอุณหภูมิที่ร้อนจัดและเย็นจัด

เนื่องจากภาวะขาดน้ำจะทำให้ระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายปรวนแปร รวมไปถึงเมื่อขาดน้ำ ระบบเผาผลาญก็ทำงานไม่สะดวกด้วย

ฉะนั้นเราจึงควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวันนะคะ

7. ร่างกายขาดวิตามินบี 12

วิตามินบี 12 มีหน้าที่สำคัญพอ ๆ กับธาตุเหล็กตรงที่ช่วยลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งหากร่างกายไม่ได้รับวิตามินบี 12

ที่พอเพียงก็คงทำให้หลอดเลืo ดแดงทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และเมื่อการไหลเวียนของเลือดติดขัด ความหนาวเย็นเหน็บชาก็

มักจะมาเยี่ยมเยือนนั่นเองนะคะ ฉะนั้นใครทั้งรู้สึกหนาวง่ายบวกกับอาการเหน็บชามาหาบ่อย ๆ ในช่วงนี้ ต้องรีบเติมเต็มวิตามินบี 12

จากอาหารประเภทปลาและผลิตภัณฑ์จากนมให้ร่างกายโดยด่วนซะแล้ว

8. คุณเป็นผู้หญิง

อาการหนาวง่ายก็ขึ้นอยู่กับเพศด้วยเหมือนกัน เพศหญิงจะถูกกำหนดให้ต้องการความอบอุ่นในร่างกายมากกว่าเพศชาย

ด้วยเหตุนี้กลไกร่างกายของผู้หญิงจึงต้องคงความสมดุลของการไหลเวียนเลือดในสมองและหัวใจอย่างเต็มที่

ดังนั้นการไหลเวียนเลือดในส่วนประสาทมือและเท้าจึงถูกลดความสำคัญลงไปโดยปริยาย

เป็นเหตุให้คุณรู้สึกหนาวที่มือและเท้าซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นประสาทจนทำให้รู้สึกหนาวไปทั้งร่างนั่นเอง

9. โรคเบาหวาน

อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปลายประสาทอักเสบได้ ซึ่งอาการนี้จะส่งผลให้มือและเท้าของคุณไวต่อสิ่งเร้าและการสัมผัส

จนอาจทำให้รู้สึกหนาวเย็น ณ บริเวณนี้ได้ อีกทั้งปลายประสาทยังจะส่งสารบางอย่างไปยังสมองในส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย

ให้รู้สึกถึงความหนาวเย็นได้

10. กล้ามเนื้ออ่อนแอเกินไป

แพทย์หญิง Margarita Rohr แห่ง NYU Langone Medical Center นิวยอร์ก บอกไว้ว่า

กล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยคงอุณหภูมิร่างกายของเราให้สมดุล การมีมวลกล้ามเนื้อมาก หนาแน่นและแข็งแรง

จะช่วยให้ระบบเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไปในตัว และช่วยรักษาความอบอุ่นของร่างกายได้เป็นอย่างดี

แนวทางคือการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สุขภาพดีเสมอ

1. ระวัง ไม่ให้เสียสมดุลร่างกายมากเกินไป บ่อยซ้ำๆ เลี่ยงการดื่มทานอาหารเครื่องดื่มที่มีพลังเย็นมาก

หรือร้อนมาก ในปริมาณมาก และควรดื่มน้ำให้ได้มากกว่า 8 แก้วต่อวัน

2. รักษาปรับสมดุลร่างกายได้โดย บำรุงร่างกายด้วยอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เลือกทานไขมันดีจากพืช

วิตามินบี12 ก็จำเป็น และหากคุณมีภาวะเลือดจาง ต้องเน้นอาหารประเภทธาตุเหล็กสูง

เลือกทานผลไม้ที่มีทั้งความชุ่มเย็นและความเผ็ดร้อน เช่นการทานสมุนไพรช่วย เช่น บัวบก พริกไทย

3. ควรรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกาย และ พักผ่อนให้เพียงพอ

4. หากเกิดอาการหนาวสั่นที่ผิดปกติ หรือเข้าข่ายอา การของโรคร้า ย คว รเข้าพบแพทย์

ขอบคุณที่มา…

t h e a si a n p a r e n t

Leave a Reply

Your email address will not be published.