May 22, 2022

ฝันร้าย ชาวนา ราคาข้ าวต่ำสุด ขาดทุนยับไม่พ อใช้หนี้

วันที่ 5 พ.ย. 64 ชาวนาที่ จ.กาฬสินธุ์ เริ่มเก็บเกี่ยวมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม โดยเฉพาะพื้นที่ใช้น้ำชลประทานลำปาว

เพราะได้รับน้ำอย่างทั่วถึง จึงได้ทำนาต้นปี โดยมีการเพาะปลูกข้าวอายุสั้น หรือคือข้าวเหนียว กข.22 เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับ

เพาะปลูกข้าวนาปรัง ขณะที่ข้าวนาปีที่ใช้ข้าวพันธุ์ กข.6 จะเริ่มเก็บเกี่ยวกลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เพื่อเก็บไว้กินในครัวเรือน

และแบ่งไปจำหน่าย หวังเงินรายได้เลี้ยงครอบครัว ใช้หนี้ปุ๋ยเคมี และชำระหนี้ ธ.ก.ส.นายปี วรรณศรี อายุ 69 ปี

เกษตรกรบ้านแสนสำราญ หมู่ 4 ต.นาเชือก อ.ยางตลาด กล่าวว่า เพื่อนชาวนานำข้าวเหนียวพันธุ์ กข.22

ไปขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ได้ราคากิโลกรัมละ 5 บาท ถือเป็นฝันร้ายให้กับตนและคนที่ประกอบอาชีพชาวนาเป็นอย่างมาก

เหตุต้นทุนการผลิตสูงลิ่ว ราคารับซื้อข้าวตกต่ำ ต่างกันราวฟ้ากับดิน ไปขายข้าวกลับมามือเปล่า ตกอยู่ในอาการน้ำตาตกใน

เพราะขายข้าวขาดทุน สำหรับตนมีพื้นที่ทำนา 10 ไร่ โดยปลูกทั้งข้าวเหนียวพันธุ์ กข. 22 และ กข.6 ทุกปีที่ผ่านมาทำนาหว่าน

เพราะประหยัดต้นทุนค่าจ้างแรงงานถอนกล้าและปักดำ ได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 400 กิโลกรัม โดยปีที่ผ่านมานำข้าวเปลือกไปขายได้

กิโลกรัมละ 6 บาท ปรากฏว่าขาดทุน เนื่องจากถูกพ่อค้าคนกลางหักค่าความชื้นและสิ่งเจือปน สำหรับการทำนาปีนี้ เพื่อป้องกันข้าวปลอมปน

ที่จะถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ตนจึงได้ทำนาดำ เพื่อเพิ่มผลผลิตและคัดข้าวปลอมปนได้ง่าย ช่วงที่รอการเก็บเกี่ยว

ตนจึงหมั่นสำรวจนาข้าวที่กำลังได้อายุเก็บเกี่ยว โดยคัดแยกพันธุ์ข้าวที่ปลอมปนออก เพื่อตัดปัญหาถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา

และหวังว่าจะได้ราคาสูงขึ้น แต่จากการที่ราคารับซื้อข้าวตกต่ำ เพียงกิโลกรัมละ 5 บาท ก็จึงเหมือนฝันร้าย

แทบจะทำให้ตนหมดแรงเลยทีเดียว เนื่องจากทำนาปีนี้ลงทุนสูงมาก นายปี กล่าวต่อว่า หากคำนวณอัตราใช้จ่ายต่อไร่สูงถึง 5,000-6,000 บาท

โดยแยกเป็นค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ารถไถ ค่าปุ๋ยเคมี ค่าบริการสูบน้ำ ค่าแรงงานถอนกล้าปักดำ ค่ารถเกี่ยว และบวกค่าขนส่งนำข้าวไปขายอีก

หากผลผลิตข้าวได้ไร่ละ 400 ก.ก.ขาย ก.ก.ละ 5 บาท ก็จะได้เงิน 2,000 บาท ขาดทุน 3,600 บาท ทั้งนี้ตนทำนา 10 ไร่

สรุปว่าลงทุนไปประมาณ 56,000 บาท ได้ผลผลิตข้าว 4,000 ก.ก.ราคา ก.ก.ละ 5 บาท ขายข้าวได้ 20,000 บาท ขาดทุน 36,000 บาท

ปีที่ผ่านมาขายข้าวได้ ก.ก.ละ 6 บาทยังขาดทุน ปีนี้หากราคาข้าวยังตกต่ำเพียง 5 บาท ขาดทุนยับเยินแน่นอน ผลสุดท้ายก็คงต้องยอมผ่อนค่าปุ๋ยเคมี

รวมทั้งค้างชำระหนี้และดอกเบี้ย ธกส. เพราะไม่มีเงินที่จะนำไปชำระ จึงอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาล ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ

อย่างน้อย ก.ก.ละ 8 บาท เพื่อชาวนาที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ จะได้มีกำไรจากการทำนาบ้าง ด้าน นายธนาพล ธรรมโนขจิต

ผู้จัดกลางตลาดกลางข้าวและพืชไร่ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการรับซื้อข้าวเปลือกส่วนมากจะเป็นข้าวเปลือกเหนียว กข. 22 ซึ่ง

เป็นข้าวพันธุ์สำหรับเพาะปลูกนาปรัง หรือข้าวฤดูแล้ง โดยข้าวเกี่ยวสดรับซื้อ ก.ก.ละ 5.50 – 6 บาท ตากแห้ง ก.ก. 7.80 – 8 บาท

ส่วนราคาข้าวเปลือกเจ้า กข. 15 เกี่ยวสดรับซื้อ ก.ก.ละ 8 -8.50 บาท ตากแห้ง ก.ก.ละ 10.50 -11 บาท ซึ่งราคารับซื้อผลผลิต

ข้าวทั้ง 2 ชนิดจึงอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ ตามคุณภาพข้าว ซึ่งปัจจุบันข้าวทั้ง 2 ชนิดเกษตรกรใกล้จะนำมาขายหมดแล้ว

สำหรับข้าวนาปี ทั้งข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 105 กข. และข้าวเปลือกนาปีเหนียว กข 6. ผลผลิตยังไม่เก็บเกี่ยว

คาดว่าเกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวและนำข้าวมาขายประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนราคารับซื้อนั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมา

แต่คาดว่าราคาจะถูกลดลงอีกกว่าปีที่ผ่านมาตันละ 1,000 บาท อย่างไรก็ตามอยากแนะนำให้เกษตรกรก่อนเก็บเกี่ยวให้ตัดข้าวปลอมปนออก

และควรตากให้แห้งก่อนค่อยนำมาขาย จึงจะมีคุณภาพและมีราคาสูงขึ้น อีกทั้งในช่วงนี้ราคาข้าวต่ำ เกษตรกรควรที่จะชะลอการขายออกไปก่อน

รอให้ราคาข้าวปรับสูงขึ้นแล้วจึงนำมาขาย และต้องหาสถานที่ตากให้แห้ง ขณะที่ นายศิริพงษ์ วิวัฒน์เกษมชัย พาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า

ปัจจุบันรัฐบาลมีโครงการประกันรายได้ราคาเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต2564/2565 โดยได้ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่าง

ข้าวแต่ละชนิดดังนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิ 10,864.23บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,135.77 บาท, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 10,407.75 บาทต่อตัน

ชดเชยตันละ 3,595.25 บาท, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 9,947.87 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,052.13 บาท,ข้าวเปลือกเจ้า 8,065.87บาทต่อตัน

ชดเชยตันละ 1,934.62 บาท และข้าวเปลือกเหนียว 7,662.53 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,337.47 บาท

สำหรับการโอนเงินส่วนต่างงวดแรกตามโครงการ ธ.ก.ส.จะดำเนินการได้ภายหลังจาก ครม.ได้รับทราบผลการหารือเกี่ยวกับอัตราต้นทุนเงินของ

ธ.ก.ส.ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และธ.ก.ส.ตามมติครม.เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2564

ซึ่งกรมการค้าภายในได้จัดให้มีการหารือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะได้นำเสนอเข้าสู่การประชุมครม.เพื่อทราบภายในสัปดาห์หน้า

ขอบคุณที่มา…

ข่ า ว ส ด

Leave a Reply

Your email address will not be published.